e-WorkPermit คืออะไร นายจ้างต้องเตรียมอะไรบ้าง
เผยแพร่ · อัปเดต · อ่าน 4 นาที
รู้จักระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน ที่เปิดให้ยื่นคำขออนุญาตทำงานออนไลน์ทั่วประเทศ และสิ่งที่นายจ้างควรเตรียมก่อนลงทะเบียน เช่น อีเมลและการยืนยันตัวตน
สำหรับนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นแรงงานเมียนมา กัมพูชา ลาว หรือเวียดนาม การขอใบอนุญาตทำงานเป็นงานเอกสารที่ต้องทำซ้ำอยู่เสมอ ทั้งตอนรับคนใหม่ ต่ออายุ หรือเปลี่ยนนายจ้าง ระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางานถูกสร้างขึ้นเพื่อย้ายงานเหล่านี้มาทำออนไลน์ บทความนี้สรุปภาพรวมของระบบจากแหล่งข้อมูลทางการ และรายการสิ่งที่นายจ้างควรเตรียมก่อนเริ่มใช้งาน
e-WorkPermit คืออะไร
e-WorkPermit คือระบบออนไลน์ของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ที่ eworkpermit.doe.go.th สำหรับยื่นคำขออนุญาตทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต ตามข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ ระบบเปิดให้บริการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 และใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง นายจ้างจึงยื่นเรื่องได้โดยไม่ต้องรอเวลาทำการของสำนักงาน
ผลที่ตามมาคืองานหลายอย่างที่เคยทำด้วยกระดาษ เปลี่ยนมาเป็นการกรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารผ่านหน้าเว็บ ซึ่งต้องอาศัยการเตรียมบัญชีผู้ใช้ อีเมล และการยืนยันตัวตนให้พร้อมก่อน
ใครต้องใช้ระบบนี้
ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือนายจ้างที่ต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานให้ลูกจ้างต่างด้าว รวมถึงผู้ที่ดำเนินการแทนนายจ้างตามที่ระบบอนุญาต เช่น บริษัทจัดหางานที่ดูแลแรงงานนำเข้าตาม MOU ทั้งนี้รายละเอียดว่าใครยื่นแทนใครได้ และต้องใช้เอกสารใด ขึ้นกับประเภทคำขอ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของกรณีตัวเองกับกรมการจัดหางานทุกครั้ง
สิ่งที่นายจ้างควรเตรียมก่อนลงทะเบียน
1. อีเมลที่ใช้งานได้จริงและเปิดอ่านได้ทันที
หน้าลงทะเบียนนายจ้างของระบบขอให้กรอกอีเมล และส่งรหัส OTP ไปที่อีเมลนั้นเพื่อยืนยัน ดังนั้นอีเมลที่ใช้ต้องรับอีเมลได้จริงและเปิดดูได้ในตอนที่ลงทะเบียน ถ้าใช้อีเมลที่ไม่มีใครดูแล หรือพิมพ์ผิดเพียงตัวเดียว ก็จะไม่ได้รับรหัส
2. อีเมลแยกสำหรับลูกจ้างแต่ละคน
รายงานของ Envoy Global ระบุว่าลูกจ้างแต่ละคนต้องมีบัญชีของตัวเองในระบบ นายจ้างที่มีแรงงานหลายคนจึงควรวางแผนว่าจะเตรียมอีเมลให้ลูกจ้างแต่ละคนอย่างไร และจะบันทึกอย่างไรว่าอีเมลไหนเป็นของใคร ดูตัวอย่างวิธีเตรียมได้ในบทความวิธีสร้างอีเมลให้แรงงานต่างด้าว เพื่อลงทะเบียน e-WorkPermit
3. การยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD หรือ Digital ID
ระบบใช้การยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD หรือ Digital ID ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ผู้ที่ต้องยืนยันตัวตนควรติดตั้งและเปิดใช้งานแอปให้เรียบร้อยก่อนวันที่จะลงทะเบียน เพื่อไม่ให้ขั้นตอนสะดุดกลางทาง
4. ข้อมูลและเอกสารตามที่ระบบกำหนด
เอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันไปตามประเภทคำขอและสถานะของแรงงาน รายการที่แน่นอนให้ยึดตามที่ระบบ e-WorkPermit และกรมการจัดหางานประกาศล่าสุด ข้อแนะนำทั่วไปคือรวบรวมข้อมูลของแรงงานแต่ละคนไว้ในที่เดียว และสแกนเอกสารให้ชัดเจนก่อนเริ่ม จะช่วยให้กรอกข้อมูลได้ต่อเนื่อง
ภาพรวมขั้นตอนการใช้งาน
- เข้าหน้าลงทะเบียนนายจ้าง และกรอกข้อมูลตามที่ระบบขอ
- กรอกอีเมล แล้วนำรหัส OTP ที่ส่งไปยังอีเมลนั้นมายืนยัน
- ยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD หรือ Digital ID ตามขั้นตอนของระบบ
- ยื่นคำขอและอัปโหลดเอกสารตามประเภทคำขอ
- ติดตามผลและอีเมลแจ้งเตือนจากระบบ
ลำดับข้างต้นเป็นภาพรวมเพื่อให้เห็นว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ขั้นตอนจริงอาจแตกต่างไปตามการปรับปรุงระบบ ควรอ่านคำแนะนำบนหน้าเว็บของระบบในวันที่ใช้งาน
ข้อควรระวังที่พบบ่อย
- อย่าใช้อีเมลเดียวกับลูกจ้างหลายคน เพราะจะสับสนเวลา OTP และอีเมลแจ้งผลเข้ามา
- ตรวจตัวสะกดของอีเมลก่อนกดยืนยันทุกครั้ง
- เตรียมการยืนยันตัวตนไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ทำตอนกำลังลงทะเบียน
- บันทึกให้ชัดเจนว่าลูกจ้างคนไหนใช้อีเมลและบัญชีใด
- ตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการของกรมการจัดหางาน ไม่ยึดตามข้อมูลต่อ ๆ กันมาเพียงอย่างเดียว
ถ้ามีปัญหาไม่ได้รับ OTP ระหว่างลงทะเบียน ดูวิธีตรวจสอบทีละขั้นได้ในบทความแรงงานไม่มีอีเมล / ไม่ได้รับ OTP: ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้
สรุป
e-WorkPermit ทำให้นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ต้องเตรียมพื้นฐานให้พร้อม ได้แก่ อีเมลที่รับ OTP ได้จริง อีเมลแยกสำหรับลูกจ้างแต่ละคน การยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD หรือ Digital ID และเอกสารตามประเภทคำขอ เมื่อเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน การลงทะเบียนจะราบรื่นขึ้นมาก หากต้องการเครื่องมือช่วยจัดการอีเมลของแรงงานจำนวนมาก MailKrading เป็นบริการของเอกชนที่ช่วยรวม OTP ของทุกคนไว้ในกล่องเดียว
ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ขั้นตอนและเงื่อนไขของระบบอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบขั้นตอนล่าสุดกับกรมการจัดหางาน